การทำความสะอาดผิวแบ่งเป็นสองขั้น ขั้นแรก สำหรับผู้ที่แต่งหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบกายภาพแบบดั้งเดิม (เรื่องผลิตภัณฑ์กันแดดนี่จะอธิบายอีกทีนะครับ) แบบนี้ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางเสียก่อน เช่น พวกโลชั่น หรือครีมล้างเครื่องสำอาง จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นที่สอง คือ การล้างด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น เจลล้างหน้า โฟมล้างหน้า เป็นต้น

 

แล้วเราควรจะเลือกผลิตภัณฑ์อย่างไรมาใช้ล้างหน้าหรือครับ? จำเป็นไหมที่ต้องซื้อโฟมล้างหน้าแพง ๆ ขวดละเป็นพันที่มีส่วนผสมของสารบำรุงขั้นเทพ อยากให้ลองคิดตามดูว่า เราล้างหน้ากันนานแค่ไหนครับ? ส่วนใหญ่ก็ไม่เกิน 5 นาที (ซึ่งก็ถือว่านานมาก ๆ แล้ว) แล้วสารบำรุงเหล่านั้นจะเข้าไปสู่ผิวหน้าได้มากน้อยเพียงใดก่อนเราจะล้างออก ดังนั้น สิ่งที่เราควรเลือกจึงไม่ใช่สารบำรุงเป็นหลัก หากต้องเป็นสารทำความสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองมาก หรือไม่ทำให้ผิวแห้งตึงมาก ตัวอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง (ซึ่งก็ยังใช้กันในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหลายยี่ห้อในประเทศเราครับ) เช่น Sodium Lauryl Sulfate กับ Myristic Acid และ Soap Base นอกจากนั้น ก็ไม่ควรมีส่วนประกอบที่อุดตันรูขุมขนที่จะทำให้เกิดสิวได้

 

ถ้าอย่างนั้นใช้สบู่ก้อนก็ดีกว่าหรือ? อันที่จริงสบู่ก้อนเป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้กับผิว โดยเฉพาะผิวหน้า เอาเสียเลยครับ (ถ้าเป็นสบู่แบบดั้งเดิม คือมีส่วนประกอบเป็นสบู่ที่ได้มาจากการทำปฏิกิริยาของไขมันกับด่าง) เพราะสบู่แบบนั้นจะมีค่าความเป็นกรดด่าง หรือเราเรียกว่า pH สูง ประมาณ 10 คือ เป็นด่างนั่นเอง ในขณะที่ผิวสุขภาพดีควรมี pH ใกล้เคียง 5.5 (อย่างที่เราพูดไปแล้วในเรื่องโครงสร้างของผิว) นั่นคือ สบู่ก้อนจะทำให้เกิดความระคายเคืองกับผิวได้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันก็มีสบู่ก้อนที่ไม่ได้ทำจาก soap base ออกมาอยู่บ้าง ตรงนี้ก็ต้องเลือกจากส่วนประกอบด้วยครับ

 

ทำไมล้างหน้าให้ผิวแห้งตึงจึงไม่ดีล่ะ? เพราะจะเป็นการทำลายสารเคลือบตามธรรมชาติของเซลล์ผิว จึงเป็นการทำให้สุขภาพผิวเสื่อมถอยในระยะยาว เป็นสาเหตุของอาการผิวอ่อนแอแบบต่าง ๆ ได้ ยิ่งไปกว่านั้น การทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเกินไป จะส่งสัญญาณให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมาเคลือบผิวมากยิ่งขึ้น จึงยิ่งทำให้ผิวมันขึ้นไปอีก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผู้ชาย หรือคนผิวมันส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ที่มักจะทำให้รู้สึกแห้งตึง จึงไม่เป็นผลดีกับผิว พูดอีกอย่างว่า คนผิวมันก็ต้องการผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนเช่นเดียวกับคนผิวแห้งนั่นเอง

 

ถึงตรงนี้ อยากพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อการทำความสะอาดเอาไว้ให้เข้าใจกันครับ (อันว่า การทำความสะอาดตรงนี้ ไม่ใช่แค่เพียงกับผิวของเรา ประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม แม้แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ก็หลักการเดียวกันครับ) ปัจจัยที่ว่ามี 4 ประการ คือ ชนิด/ความเข้มข้น/ปริมาณของสารทำความสะอาด, ระยะเวลาที่ใช้ในการทำความสะอาด, อุณหภูมิ และแรงทางกล ฟังดูเคมีๆ นะครับ เพราะมันก็เป็นหลักการพื้นฐานเหมือนกันเช่นนี้แล

 

ส่วนแรก คือ เราต้องเลือกสารทำความสะอาดที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของเรา อย่างสารทำความสะอาดผิว ล้างสิ่งสกปรก ก็ควรเลือกแบบนึง หากจะเลือกสารทำความสะอาดรถ ก็ควรเป็นอีกแบบนึง ส่วนที่สอง เวลา หากล้างหน้าเร็ว ๆ อาจจะไม่สะอาดหมดจด ควรใช้เวลาสักครู่ (แต่ไม่ต้องล้างทิ้งไว้นาน ๆ ครับ เคยมีข่าวว่าคุณผู้หญิงท่านนึงบดสบู่ละลายในกะละมังแล้วไปนอนแช่ เผลอหลับไป ผิวขึ้นผื่นทั้งตัว เพราะอาการแพ้ และการใช้อย่างผิดวิธีครับ ข่าวนี้อ่านมาจากในเว็บ อย. ครับ)  ส่วนที่สาม โดยปกติแล้วน้ำร้อน น้ำอุ่น จะทำความสะอาดได้ดีกว่าน้ำเย็น ดังนั้นหากรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้อยู่ทำความสะอาดได้ไม่หมดจดเท่าที่ต้องการ ลองปรับเป็นน้ำอุ่น (อุ่นนะครับ ไม่ใช่ร้อนนะ) ดูครับ แต่ถ้ากลัวเรื่องรูขุมขนเปิด ก็ให้ใช้น้ำเย็นล้างปิดอีกครั้ง ซึ่งคนผิวแห้งไม่ควรใช้น้ำอุ่นนะครับ อาจทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ส่วนสุดท้าย คำว่าแรงทางกล ในที่นี้ก็คือ การนวดผิวหน้าของเรานั่นเองครับ เราควรนวดให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำความสะอาดของผลิตภัณฑ์ครับ แต่ไม่ควร ถูแรง ๆ นะครับ แบบนั้นอาจทำให้ผิวระคายเคือง และสำหรับคนที่เป็นสิว จะยิ่งกระตุ้นให้อักเสบมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

เมื่อล้างหน้าแล้วก็ซับหน้าเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ บิวตี้กูรูบางท่านแนะนำให้ใช้ผ้าขนหนูเปียกเช็ดเบา ๆ แทนการใช้สครับในขั้นนี้ อันนี้ลอง search อ่านเพิ่มดูนะครับ

 

แล้วจำเป็นต้องใช้ Toner หรือไม่?

บางคนก็แนะนำ แต่ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ คือ ไม่จำเป็นครับ เพราะโทนเนอร์ออกแบบไว้สำหรับทำความสะอาดผิว โดยเฉพาะเมื่อเราใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหลังแต่งหน้า (make-up removal) และไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท detergent base (เช่น โฟม เจล หรือสบู่ เป็นต้น) ล้างหน้า ในกรณีแบบนี้จะมีน้ำมันส่วนเกิน หรือสิ่งสกปรกบางอย่างตกค้างอยู่ โทนเนอร์จะทำหน้าที่ทำความสะอาดออกได้ ในอดีตที่นิยมใช้เพียงผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง แต่ไม่ใช้ detergent base ล้างหน้า ก็ควรต้องเช็ดโทนเนอร์ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันก็มีโทนเนอร์ที่เน้นบำรุงผิวเป็นหลักออกมา หากว่าเคยใช้ ใช้แล้วชอบ ได้ผลดี ก็สามารถใช้ได้ครับ

 

แล้วความถี่ที่เหมาะสมในการล้างหน้าล่ะ?

โดยปกติแล้ว การล้างหน้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่วมด้วยไม่ควรทำเกินวันละ 2 ครั้ง หากเป็นคนหน้ามันมาก รู้สึกเหนอะหนะมาก ระหว่างวันหากต้องการล้างก็ควรใช้น้ำเปล่า สำหรับบางคนที่หน้าแห้ง และไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรมากมายในตอนกลางคืน การล้างหน้าตอนเช้าก็ยังใช้น้ำเปล่าได้อยู่ แต่หากแต่งหน้ามาทั้งวัน ทากันแดด ทาผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ แล้ว ตอนกลางคืนก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าครับ

การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าบ่อยเกินไป มีส่วนทำให้ผิวหนังขับน้ำมันออกมามากขึ้น เร็วขึ้นได้ครับ

มีคำถามว่า ในขั้นตอนการอาบน้ำแต่ละวัน เราควรล้างหน้าก่อน หรือล้างหน้าหลัง? 

ถ้าไม่มีกิจกรรมเสริม เช่น สระผม นวดผม จะล้างก่อนล้างหลังไม่ต่างกันมาก แต่ถ้ามีการสระผม นวดผม (และทำเองที่บ้าน) หากล้างหน้าก่อน อาจทำความสะอาดสารตกค้างจากการสระผมได้ไม่หมด อธิบายเพิ่มว่า โดยปกติในแชมพู และครีมนวดผมจะผสมซิลิโคนที่ทำให้ผมเรียบลื่นลงไป ซึ่งซิลิโคนเหล่านี้ควรล้างออกจากผิวหน้าให้หมด มิฉะนั้นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของสิวได้ ในกรณีแบบนี้ แนะนำว่าควรล้างหน้าหลังจากที่ได้สระผม และนวดผมไปแล้วครับ

 

 

ต่อไปจะพูดถึงเรื่องการผลัดเซลล์ผิว หรือ exfoliation 

เนื้อหาพวกนี้จะอัพเดทที่ page ทีละสั้น ๆ ก่อน แล้วจึงรวบรวมมาไว้ด้วยกันครับ อยากอ่านแบบอัพเดท คลิกไป like กันได้เลย
 

Comment

Comment:

Tweet

ตกลงควรล้างหน้าหลังสระผม จะจำไว้ครับ
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-07-02 12:57