แล้วการผลัดเซลล์ผิวเอง กับการทำโดยผู้เชี่ยวชาญแตกต่างกันอย่างไร?

หากพูดถึง chemical exfoliation เครื่องสำอาง (หรือเวชสำอาง) ที่ซื้อใช้กันได้นั้น จะมีความเข้มข้นของสารเคมีต่ำกว่า แบบที่ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ใช้

และหากพูดถึง mechanical exfoliation เครื่องมือที่ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ใช้ได้จะมีความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวที่ลงไปลึกกว่า (เช่น การทำการกรอผิว ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ)

ดังนั้นการทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์จะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าเช่นเดียวกัน (จึงต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญไงครับ) นอกจากนั้นยังระคายเคืองมากกว่า ต้องดูแลผิวให้ฟื้นตัวนานกว่า

 

ถ้าอย่างนั้นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผสม AHA หรือ BHA ลงไป ก็สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวได้งั้นหรือ?

ไม่จริง

เพราะ หนึ่ง เวลาที่ใช้ในการล้างหน้าสั้นเกินไป (ซึ่งไม่ควรทาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทิ้งไว้นาน ๆ อยู่แล้ว) AHA, BHA ต้องทาทิ้งไว้ 10-20 นาทีเป็นอย่างน้อยจึงจะสามารถผลัดผิวได้ สอง ค่า pH หรือค่าความเป็นกรดด่างของผลิตภัณฑ์ล้างหน้าส่วนใหญ่สูงเกินไป AHA, BHA ต้องมี pH 3-4 จึงจะสามารถผลัดผิวได้ สาม ความเข้มข้นที่ใส่มักจะน้อยเกินไป (เพราะเจตนาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แม้จะโฆษณาว่าช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ ก็ไม่ใช่การผลัดเซลล์ผิว หากเป็นการทำความสะอาดผิว) ซึ่งถ้าเปลี่ยนคำถามเป็นเรื่องของครีมบำรุงแทน ก็ให้พิจารณาเหตุผลทั้งสามนี้ด้วยเช่นกัน เราก็จะพบว่า ครีมบำรุงบางตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ เพราะมีส่วนผสมมากพอ pH เหมาะสม และแนะนำให้ทาทิ้งไว้นานพอ แต่ครีมบำรุงส่วนใหญ่ผลัดเซลล์ผิวไม่ได้ ด้วยสาเหตุสามอย่างดังที่ว่ามานี้

 

ถ้าอย่างนี้ผสม AHA หรือ BHA ลงไปในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า หรือครีมบำรุงก็ไม่มีประโยชน์เลยสิ?

ไม่ถูก

เพราะถึงแม้จะไม่ได้ช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่ AHA มีประโยชน์อื่นกับผิวด้วย คือ ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น (Moisturizing agent หรือ humectants) ส่วน BHA ถ้าใส่มาน้อย ๆ มักมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสารกันเสียที่ปลอดภัยให้กับเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ถ้าใช้ในเงื่อนไขที่ถูกต้อง AHA ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อลดริ้วรอยได้ ส่วน BHA ก็ช่วยละลายไขมันที่อุดตันในรูขุมขนออกมาได้ และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ (แต่ไม่ทำให้ดื้อยา) จึงมีประโยชน์กับสิวอักเสบอีกด้วย

 

แล้วเราควรจะเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ผสม AHA หรือ BHA อย่างไร?

โดยปกติแล้วยิ่งเนื้อเหลวก็จะยิ่งซึมซาบได้ง่าย มีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่บางครั้งถ้าเหลวเกินไปก็อาจจะใช้ยาก เกลี่ยยาก ทาแล้วไหล ก็ต้องเลือกตามความถนัดด้วย

 

เราควรทำการ exfoliate บ่อยแค่ไหน?

ให้ปรับให้เหมาะกับผิวของตัวเองครับ โดยปกติเราแนะนำว่าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่บางท่านก็ได้ผลดีเมื่อใช้ทุกวัน เช้าเย็น ก็มี ให้สังเกตุว่า เริ่มมีอาการระคายเคืองมากเกินไป ผิวแห้งมาก (ถ้าใช้ BHA) ผิวลอกเป็นขุย แบบนี้แสดงว่า ความถี่มากเกินไปแล้ว ให้ปรับลดลง ไม่มีใครจะรู้สภาพผิวเราได้ดีไปกว่าตัวเราเอง ถ้ารักตัวเอง อยากดูแลผิว อยากสวย อยากหล่อ ก็ต้องใส่ใจหมั่นสังเกตุ ทั้งนี้ เราแนะนำให้ทำการผลัดเซลล์ผิวตอนเย็นมากกว่าตอนเช้า เพราะสะดวกกว่า สามารถทิ้งเวลาได้มากพอ (ตอนเช้า ๆ มักจะต้องรีบร้อนกัน) และจะสามารถทิ้งเวลาให้ผิวฟื้นฟูก่อนจะออกไปสัมผัสกับ UV

 

มีข้อควรระวังอะไรในการทำ exfoliate หรือไม่?

นอกจากเรื่องความเบาแรง ความถี่ ที่ต้องปรับให้เหมาะแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด และการลดการสัมผัสกับแสงแดด หรือ UV ในรูปอื่น ๆ เป็นสิ่งที่ต้องกระทำ เพราะผิวชั้นขี้ไคลช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้บ้าง การผลัดออกจะทำให้ผิวไวต่อแสงขึ้น (อ้อ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดต้องเลือกที่มีความเสถียรกันแดดได้ครบทั้ง UVA และ UVB ทามากเพียงพอ และทาซ้ำอย่างเหมาะสมด้วยครับ)

 

หมายความว่าผลัดผิวแล้วผิวบางงั้นหรือ?

ผิวชั้นขี้ไคลจะบางลงจริง แต่ผิวชั้นหนังแท้อาจจะหนาขึ้น เพราะการใช้ AHA จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

 

 

ถ้าเช่นนั้นการทำ exfoliate ก็สำคัญ และจำเป็นสำหรับทุกคนละสิ?

พูดแบบนี้ก็ไม่ถูก เพราะถ้าผิวยังอ่อนวัย ผลัดเซลล์ได้ปกติ (ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 25-30 ปี) ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำการผลัดเซลล์ผิว หากอายุมากกว่านั้น ก็น่าจะได้รับประโยชน์หากทำถูกวิธี ในหลายกรณี พบว่า เพียงทำไม่กี่ครั้งผิวก็ดูเรียบเนียนใสขึ้นแล้ว (เพราะเดิมมีปัญหาเซลล์ผิวเก่าตกค้างมากนั่นเอง) ทั้งนี้สำหรับคนที่อายุน้อย แต่มีปัญหาสิวอุดตัน และสิวอักเสบ การผลัดเซลล์ผิวก็จะช่วยได้บ้าง (จัดว่ามีประโยชน์ในกรณีที่อายุน้อยแต่มีเรื่องสิวอุดตันและสิวอักเสบ) อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้ว่า การจะรักษาโรคใด ๆ ก็ตาม (สิวจัดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง) หากไม่ได้รักษาที่สาเหตุแล้ว ย่อมมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หรือรักษาแล้วไม่หายขาด และผลิตภัณฑ์ประเภทผลัดเซลล์ผิวที่ขายกันทั่วไป ก็จัดเป็นเพียงเครื่องสำอาง หรือเวชสำอาง ไม่ใช่ยา จึงไม่อาจพูดได้ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาเทียบเท่ากับยา (ยาต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ หรือขายได้ที่ร้านขายยาที่มีใบอนุญาตโดยเภสัชกร) เรื่องสิวนี่ก็จะพูดกันละเอียดอีกครั้งครับ

 

เนื้อหาพวกนี้จะอัพเดทที่ page ทีละสั้น ๆ ก่อน แล้วจึงรวบรวมมาไว้ด้วยกันครับ อยากอ่านแบบอัพเดทคลิกไป like กันได้เลย

 

หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) ก็สามารถถามได้ครับ ต่อไปจะพูดถึงเรื่องการให้ความชุ่มชื้น และการบำรุงผิว

Comment

Comment:

Tweet