สิว 1: เมื่อไรต้องไปหาหมอ?

posted on 12 Jul 2013 19:18 by aaaxinthesky directory Fashion, Knowledge

ขอออกตัวก่อนว่าดีใจมากที่ entry ก่อนได้ editor's pick :) 

มาเข้าเรื่องของเรากันต่อเลยครับ

สิวเป็นปัญหาทางผิวหนังที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง การรักษาสิวนั้น ไม่ง่ายไม่ยาก แต่ต้องใช้ความอดทนสูง ต้องมีวินัยในการปฏิบัติตัวที่ดี คนที่รักษาสิวส่วนใหญ่แล้วไม่สำเร็จมักจะอดทนไม่พอ อย่างไรก็ดี ยังมีโรคผิวหนังบางประเภทที่แสดงอาการคล้ายสิว แต่ไม่ใช่สิว ในกรณีอย่างนี้ หรือกรณีที่ไม่มั่นใจว่าเป็นปัญหาสิวหรือเป็นโรคผิวหนังอื่น ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย  เพื่อให้เข้าใจว่าโรคผิวหนังอื่นที่คล้ายสิวเป็นอย่างไรจะขออธิบายเพิ่ม อ่านต่อได้เลยครับ

 

โรคผิวหนังคล้ายสิว (แต่ไม่ใช่สิว) ที่พบบ่อย ได้แก่

(หมายเหตุ: ของดภาพประกอบ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีอย่างมากได้ แต่เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน สำหรับกรณีที่สงสัย ขอให้ search รูปภาพด้วย keyword ที่เป็นชื่อโรคดู)

-          Folliculitis คือ อาการรูขุมขนอักเสบ (บางตำราเรียก ต่อมขนอักเสบ) ลักษณะอาการคล้ายสิวหัวหนอง แต่ไม่มีหัว comedone แบบสิว ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวลักษณะนี้ เช่น บริเวณผิวหนังที่มีการโกนหนวด หรือโกนขน, บริเวณผิวหนังที่มีการกดทับในพื้นที่ที่มีรูขุมขนมาก ๆ, เกิดเมื่ออากาศร้อน อุณหภูมิสูง, บริเวณผิวที่ทาสเตียรอยด์เป็นประจำ(ดังนั้น นี่อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของสิวสเตียรอยด์), เกิดเมื่อมีการทายาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ๆ เป็นต้น

-          Rosacea หรือโรคหน้าแดง จะมีลักษณะเป็นปื้นแดงบวม มีตุ่มแดง และตุ่มหนองเล็ก ๆ รวมกัน มักเกิดในฝรั่งผิวขาวมากกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่น

-          Acneiform drug eruption เป็นผื่นแพ้ยาลักษณะหนึ่ง อาจมีสาเหตุจากการใช้ยากิน หรือยาทาในกลุ่มสเตียรอยด์

อาการเหล่านี้ ไม่ใช่สิว จะรักษาต้องแก้ไขที่สาเหตุ ร่วมกับการใช้ยาตามแพทย์สั่ง ดังนั้น ย้ำอีกครั้งว่า หากไม่แน่ใจว่าเป็นสิวหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ครับ

แล้วเมื่อไรละ ที่เราควรไปปหาหมอจากปัญหาสิว?

เพราะว่าสิวเป็นโรคผิวหนังพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ก็เป็นกัน ดังนั้น ก็พอจะดูแลรักษาตัวเองกันได้บ้าง แต่ก็มีหลายกรณีที่ควรไปหาหมอเพื่อทำการรักษาอย่างจริงจัง

  1. เมื่อสงสัย หรือไม่แน่ใจว่าเป็นโรคผิวหนังอื่นหรือไม่
  2. เมื่อรักษาด้วยยาทาด้วยตนเอง หรือปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น (อย่าลืมว่าการรักษาสิวต้องใช้เวลา ในบางตำราระบุว่า การดำเนินโรคของสิว สิวจะเริ่มดีขึ้นในเวลาประมาณ 2-3 เดือน และจะดีขึ้นมากในเวลา 4-8 เดือน)
  3. สิวอักเสบมาก ปวดบวมแดง หรือเมื่อหายแล้วมักเป็นแผลเป็น
  4. กรณีคุณผู้หญิงที่เป็นสิวที่ขนตามใบหน้า หรือมีอาการประจำเดือนผิดปกติร่วมด้วย
  5. ถ้าอาการของสิวแย่ลง อักเสบ มีไข้ (แสดงว่ามีการอักเสบ และติดเชื้ออย่างรุนแรง)
  6. ขาดความมั่นใจ หดหู่ หงุดหงิด ไม่อยากเจอ หรือทำกิจกรรมกับผู้อื่น
  7. กลัวว่าจะมีปัญหารอยดำ เนื่องจากผิวเดิมคล้ำ หรือมีปัญหามาก่อน
ต่อไปจะพูดถึงสาเหตุของการเกิดสิว และสิวประเภทต่าง ๆ ครับ
 
(เนื้อหาพวกนี้จะอัพเดทที่ page ทีละสั้น ๆ ก่อน แล้วจึงรวบรวมมาไว้ด้วยกันครับ อยากอ่านแบบอัพเดทคลิกไป like กันได้เลย)

Comment

Comment:

Tweet

.ใช่เลย ขอบคุณจ้ะ บาคาร่าออนไลน์

#3 By britrocker1234 on 2016-07-26 02:57

แหม ไม่มีภาพประกอบ เลยต้องไปดูในกูเกิ้ลเอา
สรุป แล้วไม่มีดีกว่าจริงๆด้วย
ไม่น่าเลยเรา sad smile sad smile sad smile
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-07-13 09:51