พอจะเข้าใจสาเหตุ ประเภท การจำแนกความรุนแรงของปัญหาสิวกันไปบ้างแล้วนะครับ (อันที่จริง ก็ไม่ “บ้าง” นะ ละเอียดทีเดียว) ตอนนี้คงเป็นช่วงที่หลาย ๆ ท่านอยากอ่านมากที่สุด คือ วิธีการดูแลตัวเองเพื่อแก้ปัญหาสิว และป้องกันปัญหาสิว ก่อนอื่น เรามาพูดถึงการดูแลเมื่อเป็นสิวกันก่อนครับ

 

อย่างแรกต้องประเมินความรุนแรงของปัญหาสิวของเรา

ถ้าเป็นสิวเล็กน้อย สามารถดูแลเองได้ ถ้าเป็นสิวปานกลาง ควรปรึกษาหมอ หรือเภสัชกร ถ้าเป็นสิวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ถ้าสงสัยว่าอาจจะเป็นสิววิสามัญ และไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ควรหาหมอครับ เพราะคุณหมอสามารถให้การรักษาที่เราทำเองไม่ได้ (ทั้งทางกายภาพ และการให้ยาต่าง ๆ) อนึ่งการใช้ยารักษาสิว ควรปรึกษาเภสัชกร ซื้อยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรช่วยให้คำแนะนำ และทำตาม ก็จะให้ผลดี ลดผลข้างเคียงของยาลงได้ (ขึ้นชื่อว่ายา ก็มีผลข้างเคียงเป็นปกติครับ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ตัวยา)

(ทบทวน เรื่องระดับความรุนแรงของปัญหาสิว ดูที่ สิว 4: สิวอักเสบ อะไร อย่างไร?)

วิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นด้วยตนเอง

ลองถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเอง และหาคำตอบด้วยการสังเกตุครับ

1.       สิวของเราขึ้นในบริเวณไหน มากน้อยอย่างไร

เช่น หากพบว่า สิวขึ้นบริเวณที่ปลายผมลงมาสัมผัสกับผิวหน้า ก็อาจต้องดูว่า เครื่องสำอางที่เราใช้แต่งผม (แชมพู ครีมนวดผม แว็กซ์ สเปรย์) อาจเป็นสาเหตุได้หรือไม่ หรือหากพบว่าสิวขึ้นบริเวณแนวที่เราโกนหนวด ก็อาจต้องดูว่า โกนหนวดรุนแรงเกินไปหรือไม่ ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยการโกนหนวดที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือไม่ (ลองอ่านเรื่อง สิววิสามัญ ประกอบนะครับ)

2.       ช่วงอายุของเรา

หากเราเป็นวัยรุ่นซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก สิวอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากพ้นช่วงวัยรุ่นไปแล้วแต่ยังมีสิวอยู่ ก็ต้องลองมองหาสาเหตุอื่น

3.       สิวของเรามักจะขึ้นเมื่อ...

เมื่อเครียด? ก็ต้องลดความเครียด เพราะแม้ว่าโดยทั่วไปความเครียดไม่ได้ทำให้สิวกำเริบ แต่ตามทฤษฎีแล้วความเครียดส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนและอาจทำให้เกิดสิวได้

เมื่อนอนไม่พอ? การนอนไม่พอจัดเป็นความเครียดแบบหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมน และระบบร่างกาย

เมื่อมีประจำเดือน? ผู้หญิงบางคนพบปัญหาสิวมากขึ้น และรุนแรงขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน เพราะก่อนมีประจำเดือนมีการคั่งของน้ำในร่างกาย รูเปิดของขุมขนเล็กลง sebum และเซลล์ที่ตายแล้วระบายออกได้ยาก จึงเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบตามมา

เมื่อทานอาหารบางอย่าง? ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยยืนยันว่า การทานอาหารประเภทที่สงสัยกัน ก็คือ ช็อกโกแลต มันฝรั่งทอด ถั่วทอด พิซซ่า อาหารมันๆ น้ำอัดลม ไอศกรีม ทำให้สิวขึ้น แต่หากเราสงสัย (เพราะสิวขึ้นเมื่อทานอาหารเหล่านี้) การจะลดเลี่ยงก็ไม่เสียหายอะไรครับ ดีกับสุขภาพเราด้วย แต่มีความเชื่อกันเรื่องของไอโอดีน และอาหารที่มีไอโอดีนสูง ว่าอาจทำให้สิวกำเริบได้ เช่น อาหารทะเลบางประเภท หรือสาหร่ายทะเลนอกจากนั้น ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของเกลือไอโอดีนสูงอาจทำให้สิวกำเริบได้เช่นกัน. มีงานวิจัยว่าขนมปังที่ฟอกขาวมีส่วนทำให้สิวกำเริบ จึงแนะนำให้ทานขนมปังโฮลวีตแทน

ความเชื่อว่าอาหารมัน ๆ ทำให้สิวขึ้น ไม่เป็นความจริง เพราะไขมันจากอาหารที่ทานเข้าไป กับไขมันที่ออกมาจากต่อมไขมันที่เป็นสาเหตุของสิวนั้น เป็นคนละตัวกัน แต่จะลดละลงบ้างเพื่อผลประโยชน์กับสุขภาพโดยรวมก็ไม่เป็นปัญหาอะไร มีข้อยกเว้นอยู่ว่า อย่าดื่มนมพร้อมกับ (หรือในเวลาใกล้กับ) ยาบางประเภทที่ใช้ทานรักษาสิว เช่น เยากลุ่มเตตรา-ไซคลีน (tetracycline) เพราะจะลดการดูดซึมของยา

  4.       ช่วงเวลาก่อนที่สิวจะขึ้น เราทำอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่

เช่น เราเปลี่ยนเครื่องสำอาง เราใฃ้เครื่องสำอางบางตัวเพิ่มขึ้นจากปกติ ก็ทำให้เครื่องสำอางที่เราใช้ใหม่ กลายเป็นผู้ต้องสงสัย (อย่างไรก็ดี ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ของตัวใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็น ขั้นตอนโดยรวมทั้งหมด รวมกัน แล้วกลายเป็นปัญหาก็ได้) 

 
 

แก้ที่สาเหตุ ร่วมกับการรักษา

ถ้าหาสาเหตุพบ และสามารถแก้ไขที่สาเหตุได้ ก็จะแก้ไขปัญหาได้ถาวร ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก แต่ถ้าหาสาเหตุไม่พบ หรือสาเหตุบางอย่างแก้ไขไม่ได้ (เช่น ฮอร์โมนของวัยรุ่น) ก็ควรรักษาตามอาการ และลดการอุดตันของรูขุมขน

ในกรณีของคุณผู้หญิงที่มีปัญหาสิวก่อนการมีประจำเดือน บางกรณีการใช้ยาคุมกำเนิดบางชนิดก็สามารถดูแลปัญหาให้คุณได้ ลองปรึกษาเภสัชกร (ถ้าอายก็เลือกร้านขายยา ที่เภสัชฯ เป็นผู้หญิง) ที่ร้านขายยาใกล้บ้านคุณดูครับ

 

หากสงสัยว่าจะเป็นสิวจากเครื่องสำอาง ควรดูแลตัวเองอย่างไร? 

1. ให้หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่อุดตันผิว หรือทำให้สิวกำเริบ เช่น lanolin (กรดไขมันที่สกัดจากขนแกะ), isopropyl myristate (ดูรายการส่วนผสมต้องสงสัยได้ที่ สิว 2: ต้นกำเนิดของสิว)

2. เลือกเครื่องสำอางที่ไม่ผสมน้ำหอม (fragrance-free) พบว่า กลิ่นหอม หรือ น้ำหอม (fragrances หรือ perfume) เป็นสาเหตุใหญ่ของการทำให้ผิวหน้าแพ้ และระคายเคือง. เครื่องสำอางที่ระบุว่า ปราศจากกลิ่น (unscented) ก็ยังอาจผสมน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นสารเคมีต่างๆ กลิ่นหอมที่ก่อปัญหาบ่อย ได้แก่ กลุ่ม bergamot, cinnamate และ musk.

 

3. ระวังการใช้เครื่องสำอางปัดเงาและสี เครื่องสำอางประเภท eye shadow, face powder และ blush ที่ทำให้ผิวมีประกาย มักมีส่วนผสมของ mica ที่เป็นอนุภาคที่เป็นแผ่นขอบหยักทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวอุดตันได้ จึงไม่ควรเลือกเครื่องสำอางที่ทาแล้วเป็นประกายมาก. ส่วนเครื่องสำอางที่ใช้ปัดแก้มให้แดงอาจผสมสีแดงที่ทำจากอนุพันธ์ของน้ำมันดิน จึงทำให้เกิดสิวอุดตันได้ พบว่า บลัชที่อยู่ในรูปครีม ทำให้เกิดสิวอุดตันมากกว่าในรูปของแป้งฝุ่นหรือเจล. 

4. ระวังการใช้ครีมทารอบดวงตา ครีมทารอบดวงตามักมีเนื้อครีมหนาและมันมากกว่าครีมให้ความชุ่มชื้นที่ใช้กับใบหน้าทั่วไป. พบบ่อยว่าการทาครีมรอบดวงตาและการใช้ครีมเช็ดเครื่องสำอางที่เป็นน้ำมันมากอาจก่อให้เกิดตุ่มซิสต์ขาวขนาดเล็กมากที่ข้างในเป็นเคอราติน (เรียกว่า milia). นอกจากนั้นเครื่องสำอางรอบดวงตาอาจเปื้อนผิวหน้าส่วนอื่นทำให้เกิดสิวที่หน้าผาก ขมับ และแก้ม. 

5. ระวังการใช้เครื่องสำอางแต่งผม ควรปิดหน้าก่อนสเปรย์ผม ระวังไม่ให้น้ำมันใส่ผม มูส เจล ปอมเหมด (pomades) หรือแว็กซ์ที่นิยมใช้กัน เลอะผิวหน้า หรือตามแนวไรผม. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมเวลาออกกำลังกาย เพราะเหงื่อจากหนังศีรษะจะไหลพาเครื่องสำอางมาถูกผิว ทำให้สิวกำเริบได้. 

6. ควรอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างเครื่องสำอางหลังออกกำลังกาย แม้ว่าเหงื่อไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเกิดสิว แต่ในผู้ที่เป็นสิวง่ายพบว่าเหงื่อ และเครื่องสำอางทำให้สิวกำเริบได้.

7. ระวังการใช้เครื่องสำอางทาริมฝีปาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคสิวที่มักมีรอยโรครอบปาก เครื่องสำอางประเภท lipstick และ glosses มีลักษณะเป็นไขมัน มีส่วนผสมของ petroleum wax และสารก่อสิวอุดตัน ยิ่งทาแล้วดูมันเป็นประกายมาก ยิ่งก่อสิวรอบปากมาก ควรเลือกชนิดที่ทาแล้วผิวดูด้าน.

กดสิว บีบสิว และการกำจัดสิวด้วยวิธีทางกายภาพต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ

การบีบ กดสิว ล้วงแคะแกะเกา ด้วยตนเองเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น หรืออาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ หากต้องการกดสิว บีบสิว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำ ใช้เครื่องมือ และขั้นตอนที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ส่วนการใช้เลเซอร์กำจัดสิว การฉีดสิว เหล่านี้ยิ่งต้องให้คุณหมอแนะนำ และดำเนินการครับ

 

จะดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นสิว?

 1.        ล้างหน้าอย่างไร เพื่อจัดการกับปัญหาสิว

 เพราะว่าการเกิดสิวมิได้เกิดชึ้น “บน” ผิวหนังของเรา (ดังได้กล่าวแล้ว) แต่เกิดในชั้นผิว ภายในรูขุมขน และต่อมไขมัน การล้างหน้าจึงไม่สามารถ “รักษา” สิวได้ การเป็นสิวจึงไม่ได้เกิดจากการไม่ทำความสะอาดผิวหน้า

อย่างไรก็ดี การล้างหน้าก็สามารถช่วยชำระล้าง sebum เหงื่อ ฝุ่น และเซลล์ที่ตายแล้วที่อยู่ “บน” ผิวหนังของเราได้ การล้างคราบมัน และฝุ่นจากผิวหน้าก็อาจช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ “บ้าง” จึงช่วย (ในทางกลับกัน การทาผลิตภัณฑ์เนื้อมัน ๆ ลงไปบนผิวที่มันอยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถปิดรูขุมขน และกระตุ้นให้เกิดสิวได้) และแม้ว่าการล้างหน้าจะไม่สามารถทำความสะอาดรูขุมขนได้ (ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่โฆษณาว่าทำความสะอาดล้ำลึกก็ทำไม่ได้หรอกครับ) ก็สามารถช่วยลดแบคทีเรีย “บน” ผิว และป้องกันไม่ให้ลงไปในรูขุมขนได้

การล้างหน้า “ไม่” สามารถจัดการหัวสิว หรือ comedone ที่มีอยู่แล้วได้ อย่างดีที่สุดก็จะสามารถช่วยจำกัดวงของการอักเสบเอาไว้ไม่ให้เป็นมากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ขึ้นมาได้บ้าง 

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน และล้างอย่างเบามือ

คนที่เป็นสิวควรล้างหน้าเบา ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เพื่อกำจัดความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก แบคทีเรีย และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจากบนผิว แต่การขัดถู หรือ scrub ผิวไม่ได้ช่วยเรื่องสิวได้เลย รังแต่จะทำให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงขึ้น แถมสิวเดิมที่ยังไม่อักเสบก็ยังอาจจะอักเสบขึ้นมาได้อีก

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้าก็ควรเลือกอย่างอ่อนโยน เหตุหนึ่งก็เพราะผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำให้ผิวแห้งตึงจะทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น อีกเหตุหนึ่งก็เพราะการใช้ยารักษาสิวแบบต่าง ๆ นั้นก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ผิวแห้งลงอยู่แล้ว (ถ้าเลือกได้ก็ควรเลือกที่ pH Balance ใช้สารทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมอุดตันผิว ล้างออกง่าย ไม่ควรใช้สบู่ก้อนแบบที่ pH สูง ๆ)

การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผสมยาฆ่าเชื้อก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าการใช้ยาโดยตรงครับ

 
 
2.        ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวเพื่อลดการสะสมของ sebum และเซลล์ที่ตายแล้วในรูขุมขน

การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว โดยเฉพาะ BHA ที่มีส่วนผสม 1-2% จะช่วยละลาย sebum และสารประเภท keratin ที่สะสมในรูขุมขน จึงช่วยลดการเกิด comedone หรือหัวสิวได้ ทางที่ดี ไม่ควรใช้แบบที่ผสมกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพราะจะไม่ช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุที่ BHA เหมาะกว่า AHA เพราะ BHA ละลายในน้ำมัน ส่วน AHA ละลายในน้ำ และ BHA ยังมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้ออ่อน ๆ อีกด้วย

ควรใช้ผลิตภัณฑ์ BHA หลังล้างหน้า และทาทิ้งไว้ 10-20 นาที ก่อนจะทาผลิตภัณฑ์อื่นทับเพื่อประสิทธิภาพสูงที่สุด

 
4.        ถ้าสิวอักเสบ ควรใช้ยา ปรึกษาเภสัชกร

สิวอักเสบนั้น ควรต้องใช้ยาประกอบด้วย จึงจะรักษาอาการอักเสบได้ ยาทาสิวมีหลายกลุ่ม ทั้งที่ออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว และฆ่าเชื้อ ยาที่พอจะหาซื้อเองที่ร้านขายยาได้ เช่น Clindamycin, Benzoyl Peroxide, Adapalene (หรือ differin) แต่ขึ้นชื่อว่ายา แต่ละตัวก็มีวิธีการใช้ และผลข้างเคียงที่ต่างกันออกไป เช่น บางตัวเมื่อใช้นาน ๆ จะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา บางตัวก็ทำให้ผิวแห้งลอกได้ บางตัวก็อาจแสบเมื่อใช้ การซื้อยาทาสิว และใช้ยาเหล่านี้ ควรซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกร ขอคำแนะนำ และทำตามคำแนะนำก็จะช่วยลดผลข้างเคียงลงได้ครับ

 
 
 
4.        ถ้ารักษาด้วยยา ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด

เพราะยารักษาสิวส่วนใหญ่จะทำให้ผิวไหม้แดดง่ายขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด นอกจากนี้ แสงแดดยังมีส่วนทำให้ผิวหนังระคายเคือง และสิวกำเริบได้

ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่อุดตันผิวเพื่อช่วยลดการระคายเคืองจากแสงแดด (อย่างไรก็ดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่จะใช้อย่างระมัดระวัง ควรเลือกแบบที่อ่อนละมุนไม่กระตุ้นสิว ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดการระคายเคือง เลือกแบบที่ล้างออกง่ายเพื่อไม่ให้อุดตันรูขุมขน) 

 

เพียงเท่านี้ก็น่าจะช่วยดูแลอาการสิวให้ดีขึ้นได้ แต่หากรักษาด้วยตนเองเป็นระยะเวลานาน (มากกว่า 2-4 เดือน) แล้วยังไม่รู้สึกดีขึ้น หรือมีความเครียดมาก หรือมีอาการหนักขึ้น ควรไปหาหมอครับ เพราะคุณหมอสามารถจ่ายยา ทั้งยากิน และยาทา ที่ออกฤทธิ์ได้แรงกว่า รวมทั้งยังสามารถใช้เครื่องมืออื่น ๆ (แม้แต่ฉีดสิว หรือเลเซอร์) เพื่อช่วยคุณได้ (แต่แน่นอนว่า ก็ย่อมมีค่าใช้จ่าย)

 

ตอนหน้าเรามาคุยกันเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับสิว และคำถามที่ถามกันบ่อย ๆ ครับ.

 (เนื้อหาพวกนี้จะอัพเดทที่ page ทีละสั้น ๆ ก่อน แล้วจึงรวบรวมมาไว้ด้วยกันครับ อยากอ่านแบบอัพเดทคลิกไป like กันได้เลย)

ขอโฆษณานิดนึงว่า สินค้าแบรนด์ ABEST Skin Care ของเราพร้อมจำหน่ายแล้ว เป็นสินค้าที่ปลอดภัย จดแจ้ง อย. อย่างถูกต้อง ไม่ผสมสารต้องห้าม ใส่สารสำคัญเข้มข้นมากเพียงพอ ในสภาวะที่เหมาะสม จึงมีประสิทธิภาพจริง ช่วงนี้มีโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวสินค้าด้วยครับใ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณจ้า บาคาร่าออนไลน์

#4 By britrocker1234 on 2016-10-06 03:30

ขอบคุณสำหรับความรู้ รักษาสิว มากเลยค่ะ ดีจริงๆเข้าใจขึ้นเยอะ

#3 By วิธีรักษาสิว Seoul-Pretty (171.100.242.63) on 2015-10-23 16:10

ขอบคุณสำหรับบล็อกดีๆ ครับ

#2 By GibGae (172.16.0.234, 172.16.0.234, 127.0.0.1, 27.145.16.54) on 2013-07-30 19:27

ได้ความรู้ดีครับ
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-07-22 08:21